Categories
Auto

อยากมีรถคันแรก ต้องวางแผนการเงินอย่างไร ?

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีขนส่งสาธารณะเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถเมล์ หรืออื่น ๆ แต่นั่นก็ถือได้ว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์ในการเดินทางได้ดีเท่าที่ควร ดังนั้นแล้วหลายคนก็คงจะเกิดความใฝ่ฝันที่อยากจะมี ‘รถส่วนตัว’ สักคันอย่างแน่นอน เพราะการมีรถส่วนตัวนอกจากจะช่วยอำนวยในเรื่องของความสะดวกสบายแล้ว การมีรถส่วนตัวยังช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ จากการเดินทางสาธารณะได้อีกด้วย

แต่การมีรถสักคันนอกจากค่ารถที่ต้องเสียแล้ว รถหนึ่งคันก็จะตามมาด้วยค่าจิปาถะหลาย ๆ อย่าง เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าพรบ. ค่าประกันรถยนต์ ฯลฯ ดังนั้นหากใครที่ต้องการจะมีรถสักคันเป็นของตัวเองก็ต้องมีการวางแผนทางการเงินให้ดี และเชื่อได้เลยนะคะว่าหากใครที่มีวินัยมากพอ การมีรถสักคันก็คงไม่ใช่เรื่องที่ยากอย่างแน่นอนค่ะ

วิธีวางแผนทางการเงินก่อนซื้อรถคันแรก

สูตรการคำนวณค่างวดรถ

คนส่วนใหญ่มักมีภาระในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะให้เอาเงินก้อนมาซื้อรถยนต์ 1 คันเลยก็กลัวว่าจะไปกระทบกับเงินที่ไว้ใช้ในอนาคต ‘การผ่อน’ หรือการใช้บริการสินเชื่อรถยนต์ผ่านธนาคารต่าง ๆ จึงได้กลายเป็นตัวเลือกที่สำคัญ ซึ่งการผ่อนนั้นก็มีตั้งแต่ 12 เดือนไปจนถึงราว ๆ 72 เดือน

ตัวอย่างการคำนวณราคาการผ่อน เช่น :

  • รถยนต์ราคา 600,000 บาท เงินดาวน์ 100,000 บาท ยอดคงเหลือ 500,000 บาท จากนั้นนำจำนวนเงินที่ได้ไปคำนวณต่อเพื่อหาดอกเบี้ย
  • ยอดคงเหลือ 500,000 x 3% (อัตราค่าดอกเบี้ย) x 6 ปี (72 เดือน ระยะเวลาการผ่อน) = 90,000 บาท จากนั้นนำเงินต้น 500,000 บาท มาบวกกับดอกเบี้ย 90,000 บาท ยอดรวมทั้งสิ้น 590,000 บาท
  • คำนวณค่างวดรายเดือน : 590,000 / 72 = ประมาณ 8,195 บาท/เดือน

ซึ่งจากสูตรนี้ก็เท่ากับว่าคุณจะต้องเสียเงินค่าผ่อนรถยนต์เดือนละ 8,195 บาท ซึ่งก็จะเห็นได้เลยว่าหากเราอัดเงินดาวน์มากขึ้นเท่าไหร่ เงินรายเดือนที่เราจะต้องเสียไปก็จะน้อยลงไปเท่านั้น นอกจากนี้หากเรายิ่งยืดระยะเวลาในการผ่อนออกไป ถึงแม้ว่าเงินรายเดือนที่จ่ายจะลดลง แต่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นเช่นกัน

วางแผนทางการเงินก่อนซื้อรถเป็นของตัวเอง

: เพราะฉะนั้นแล้วจากสูตรการคำนวณนี้ก็จะสรุปได้ว่า หากเรายิ่งเพิ่มเงินดาวน์ให้มากขึ้นบวกกับระยะเวลาการผ่อนที่สั้นก็จะช่วยให้รายจ่ายของเราลดน้อยลง นั่นเองค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ต้องนำหลักการนี้ไปคำนวณกับเงินเดือนที่ได้รับด้วยนะคะ ซึ่งภาระจากการผ่อนรถที่ดีก็ไม่ควรเกิน 20-30% ของรายได้ถึงจะช่วยให้การผ่อนรถนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ฝืดเคือง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเทคนิคการวางแผนทางการเงินก่อนซื้อรถ หวังว่าข้อแนะนำเหล่านี้จะช่วยเป็นอีกเทคนิคที่ช่วยให้การผ่อนของทุกคนเป็นไปด้วยดี เตรียมเงินให้พร้อม วางแผนให้ดี เท่านี้เราก็ได้รถมาขับแบบอุ่นใจแล้วค่ะ

ข้อมูลจาก : โบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ 

อ่านเพิ่มเติม:

 

Categories
Auto

5 สัญญาณเตือน! ถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางรถยนต์

ขาทั้งสองข้างถือเป็นส่วนประกอบในร่างกายที่สำคัญที่ช่วยพยุงร่างกายของมนุษย์เอาไว้ให้สามารถไปในทิศทางที่กำหนดได้ แต่หากเปรียบร่างกายของมนุษย์เป็นยานพาหนะ ‘ล้อรถ’ ก็เปรียบเสมือนขาของยานพาหนะด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้วการที่เราจะสามารถขับเคลื่อนยานพาหานะไปในทิศทางที่ต้องการและปลอดภัย ก็จำเป็นจะต้องอาศัยการดูแลเอาใจยางรถยนต์มากเท่านั้น

และอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่นอกจากความประมาทแล้ว ‘ยางรถยนต์เสื่อม’ ก็เป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ได้ เช่น ยางรถยนต์แข็ง ไม่ยืดหยุ่น หรือไม่เกาะถนนเมื่อขับมาด้วยความเร็วขณะที่ฝนตกก็อาจจะทำให้หลุดโค้งได้ง่าย ๆ ยางชำรุดหรือผ่านการปะมาหลายครั้งแล้วก็เสี่ยงต่อการที่จะบวมและแตกซึ่งนี่ก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมาเช่นกัน

ซึ่งจริง ๆ แล้วสภาพของยางรถที่เสื่อมก็เกิดจากปัจจัยในการใช้งานที่แตกต่างกัน บางคนอาจจะไม่ได้ใช้เลย หรือบางคนก็นำรถไปขับในพื้นที่ขรุขระบ่อย ๆ และหลายคนก็จะมักจะเกิดข้อสงสัยว่ายางรถยนต์จริง ๆ แล้วควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ดี วันนี้เราก็มี 5 สัญญาณเตือนง่าย ๆ ที่ช่วยคุณตัดสินใจได้ว่าควรจะเปลี่ยนยางรถแล้วหรือไม่

สัญญาณเตือนว่าคุณควรเปลี่ยนยางรถยนต์
  • การเปลี่ยนยางพื้นฐานควรเปลี่ยนไม่เกิน 3 ปี นับจากวันผลิตหรือระยะทางประมาณ 50,000 กิโลเมตร ก็สามารถเปลี่ยนยางได้แล้วค่ะ
  • ตรวจสอบหน้ายางและแก้มยาง หมั่นสังเกตจุดนี้ดูว่ามีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่น รอยบาด การบวม การแตกลายงา หรือมีการบาดจากสิ่งก่อสร้างก็ไม่ควรซ่อมแต่ควรเปลี่ยนยางทันที เพื่อป้องกันการแตกและเกิดอุบัติเหตุค่ะ
  • ตรวจสอบความลึกของดอกยาง ซึ่งความลึกของร่องยางที่เหมาะสมนั้นควรมากกว่า 2 มม. ซึ่งรถในสมัยนี้เกือบทุกรุ่นก็จะมีสัญลักษณ์ระดับความลึกของดอกยาง หากยางของเรามีดอกยางสึกจนถึงตำแหน่งนั้นก็ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่ทันที
  • ความยืดหยุ่น หากใช้ยางมานานแลวให้สังเกตว่าหน้ายางมีความยืดหยุ่นหรือไม่ เพราะหากยางมีความแข็งขึ้นก็ควรเปลี่ยนแล้วค่ะ
5 สัญญาณเตือนว่าคุณควรเปลี่ยนยางรถยนต์
  • รอยแตกลายงา สำหรับอาการแบบนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับยางที่ใช้งานเกิน 5 ปี หรือยางที่เสื่อมแล้ว
  • ตรวจสอบอายุของยาง ดูจากตัวเลขที่แก้มยาง เช่น 2519 ยางเส้นนี้ผลิตเมื่อสัปดาห์ที่ 25 ในปี 2019 ก็ควรนับไปต่ออีกโดยระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่สเปกยางของแต่ละยี่ห้อด้วยนะคะ ว่าสามารถใช้งานได้นานเท่าไหร่ แต่หากเกิน 5 ปีไปแล้วก็ขอแนะนำให้เปลี่ยนใหม่จะดีกว่าค่ะ

และสำหรับบางคนที่มีความเข้าใจว่าการไม่ได้เอารถออกไปขับเลยจะช่วยให้ยางไม่เสื่อม อันนี้ถือเป็นความคิดที่ผิดนะคะ เพราะถึงแม้ว่าจะจอดรถไว้เฉย ๆ แต่ยางก็ย่อมเสื่อมไปตามกาลเวลา และทางที่ดีก็ควรจะเอารถออกไปขับให้ล้อรถได้หมุนบ้างจะดีกว่าน้า

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อแนะนำเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถตัดสินใจได้ว่าควรเปลี่ยนยางแล้วหรือไม่ และทางที่ดีก็ควรจะนำรถไปเช็คสภาพรถบ่อย ๆ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่นะคะ

ข้อมูลจาก : AUTOSPINN 

อ่านเพิ่มเติม:

 

Categories
Auto

ล้างรถให้ถูกวิธี สวยหล่อแบบไม่ต้องง้อคาร์แคร์!

เป็นคนยังต้องอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายให้ดูดีอยู่ตลอด ‘รถคู่ใจ’ ถึงแม้จะไม่มีชีวิต แต่ก็ต้องการความสวยหล่ออยู่ตลอดเวลาเช่นกัน และไม่ว่าจะรถของจะมีราคาแพงหรือราคาถูกแค่เพียงเราดูแลเอาใจใส่ หมั่นล้างรถอยู่บ่อย ๆ เพียงเท่านี้รถของเราก็จะดูใหม่และดูแพงอยู่ตลอดเวลาแล้วค่ะ

‘การล้างรถด้วยตัวเอง’ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้รถของคุณดูใหม่ขึ้นได้ ที่สำคัญการล้างรถด้วยตัวเองยังเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ในช่วงวันหยุด นอกจากนี้ยังจะได้ออกกำลังกายไปในตัว แถมยังไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ ให้กับคาร์แคร์อีกด้วย

แต่หลายคนก็คงจะคิดว่าการล้างรถด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ยาก แต่อย่าลืมไปนะคะว่าแค่เรามีทริคและเทคนิคดี ๆ ในการล้าง เพียงเท่านี้การล้างรถก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายได้ทันที แล้ววันนี้เราก็รวบรวมคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการล้างรถให้ถูกต้องมาฝากเหล่าคนรักรถกันค่ะ

เทคนิคการล้างรถให้ถูกวิธี
  • ไม่ควรล้างรถกลางแดด ควรเลือกพื้นที่ร่มไม่มีแสงแดด เพราะหากคุณล้างรถในที่แสงแดดแรง ๆ ก็จะทำให้รถของคุณร้อนและแห้งเร็ว หากรถของคุณแห้งไวเกินไปก็จะทำให้รถเป็นคราบน้ำที่ทำความสะอาดได้ยากและเสียเวลาเพิ่มอีกด้วย นอกจากนี้ก็ควรเลือกพื้นที่กว้าง ๆ เพื่อความสะดวกในการล้าง
  • อุปกรณ์ล้างรถต้องพร้อม! อุปกรณ์หลัก ๆ ก็มีดังนี้ค่ะ ถังน้ำ 2 ใบถังแรกสำหรับใส่น้ำยาล้างรถ และถังที่ 2 สำหรับใส่ผ้าหรือฟองน้ำ ,แปรงพลาสติกสำหรับขัดบริเวณที่มีคราบสกปรก ,ผ้าไมโครไฟเบอร์สำหรับการเช็ดรถให้แห้ง
  • ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำเปล่า ในปริมาณที่พอเหมาะกัน
  • เริ่มล้างรถด้วยขั้นตอนที่ถูกวิธี
  • ฉีดน้ำล้างสิ่งสกปรก โดยเริ่มจากการฉีดน้ำคันจากบนหลังคา แล้วไล่ลงมาจนถึงด้านล่างของรถ ซึ่งการฉีดน้ำจะช่วยให้คราบสกปรกต่าง ๆ อ่อนตัวลง และสามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
  • เริ่มล้างจากส่วนล้อรถก่อน เพราะล้อเป็นจุดที่มีคราบสกปรกเยอะมากที่สุด ดังนั้นหากเราเริ่มล้างส่วนอื่น ๆ ก่อน เมื่อถึงเวลาล้างล้อก็จะทำให้คราบสกปรกนี้กระเด็นไปโดนส่วนที่ทำความสะอาดไปแล้วนั่นเอง
เทคนิคการล้างรถให้ถูกวิธี
  • จากนั้นเริ่มล้างจากส่วนหลังคาลงมา ใช้ผ้าหรือฟองน้ำล้างรถแช่ลงในถังน้ำยาที่ผสมไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ ถูทำความสะอาดรถ สำคัญก็คือห้ามขัดแรงเกินไปเพราะจะทำให้รถเป็นรอยหรือสีรถจางลงได้
  • ใช้น้ำเปล่าล้างน้ำยาออก เมื่อล้างรถด้วยน้ำยาเสร็จทั้งคันแล้วก็ควรจะใช้น้ำเปล่าล้างให้สะอาดอีกรอบ เพราะหากปล่อยให้น้ำล้างรถแห้งเองก็จะเกิดเป็นคราบบนรถได้
  • เช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ ควรเช็ดรถให้แห้งทุกครั้งเพื่อป้องกันการเกินสนิทและคราบน้ำ โดยการเช็ดก็เริ่มมาจากส่วนบนและเช็ดล้อเป็นลำดับสุดท้ายค่ะ

เห็นไหมหล่ะคะทุกคนว่าการล้างรถง่ายนิดเดียว แค่เรามีเวลาสักหน่อย อุปกรณ์ที่พร้อม บวกกับทำตามวิธีที่แนะนำรับรองได้เลยว่ารถของคุณจะต้องสะอาดเหมือนใหม่ ทีนี้คาร์แคร์ไหน ๆ ก็ไม่ได้แตะเงินเราแล้วค่า

ข้อมูลจาก : Smartcost

อ่านเพิ่มเติม:

Categories
Auto

เทคนิคการขับขี่รถให้ปลอดภัย มีอะไรบ้าง ?

‘การขับรถ’ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเดินทาง ซึ่งสาเหตุหลักที่หลายคนเลือกที่จะขับรถไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง นั่นก็เพราะว่าการมีรถส่วนตัวเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการเดินทางได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทั้งนี้การขับขี่รถด้วยตัวเองก็ต้องควบคู่กับความไม่ประมาทด้วยนะคะ ถึงจะทำให้การเดินทางนั้นราบรื่นและปลอดภัย

และการสร้างความปลอดภัยระหว่างการเดินทางที่ดี นอกจากการเตรียมร่างกายและการเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางแล้ว การเรียนรู้เทคนิคการขับขี่รถต่าง ๆ ก็มีความสำคัญมากด้วยเช่นกัน เพราะถึงแม้ร่างกายและรถของเราจะพร้อมมากขนาดไหน แต่หากเราไม่มีวิธีการขับรถที่ดี การเดินทางของเราก็เสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน

เทคนิคการขับขี่รถให้ปลอดภัย

ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการขับขี่รถให้ปลอดภัยมาฝากทุกคนกัน ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะใช้ได้แค่กับการเดินทางไกลเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้กับการเดินทางในระยะทางคุ้นเคยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในทุกวันได้อีกด้วยค่ะ

  • รู้เรื่องกฎจราจร นอกจากกฎจราจรแล้วความมีน้ำใจและพฤติกรรมที่ระหว่างการขับขี่ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
  • รอบรู้เรื่องรถ การขับรถที่ดีผู้ขับจะต้องมีความรอบรู้ในเรื่องของรถและสามารถที่แก้ไขข้อบกพร่องเบื้องต้นของรถเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้
  • รอบรู้เรื่องทาง แต่ละเส้นทางก็ย่อมมีถนน ทางโค้ง หรืออื่น ๆ ที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นควรจะศึกษาเส้นทาง แผนที่ หรือสภาพอากาศของพื้นที่นั้นให้ดีก่อนออกเดินทาง
  • รอบรู้วิธีการขับรถ จะต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาระหว่างการขับขี่และจะต้องมีสติอยู่เสมอ เพราะระหว่างการขับรถก็ย่อมมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ เช่น หากเกิดอุบัติเหตุผู้ขับก็ต้องรู้เทคนิคการเบรกเพื่อไม่ให้รถส่าย หรือเทคนิคการมองกระจกก็จะต้องเรียนรู้เช่นกัน
  • เช็คสภาพรถก่อนออกเดินทาง ความพร้อมของรถถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตัวรถ เบรก ช่วงล่าง หรือส่วนอื่น ๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นก่อนออกเดินทางทุกครั้งก็จะต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อยู่เสมอ
เทคนิคการขับขี่รถให้ปลอดภัย
  • เว้นระยะห่างความปลอดภัย การขับขี่รถบนท้องถนนการเว้นระยะห่างกับรถคันหน้าก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะหากคันข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุหรือมีการเบรกที่กะทันหัน รถของคุณจะได้เบรกหรือชะลอความเร็วลงได้อย่างปลอดภัย
  • เลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตก อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักมาจากพื้นถนนที่ลื่น ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นจริง ๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในขณะที่ฝนตก

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคการขับขี่รถบนท้องถนนให้ปลอดภัยที่เรานำมาฝากทุกคนกัน ที่สำคัญก็อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ขับขี่ในความเร็วที่ถูกต้องด้วยนะคะ ถึงจะทำให้การเดินทางของทุกคนปลอดภัยไร้กังวล

ข้อมูลจาก : สถาบันยานยนต์ Thaiauto

อ่านเพิ่มเติม:

Categories
Auto

เลือกล้อแม็กอย่างไร ให้เหมาะกับรถคุณ ?

เรื่องของความสวยความหล่อถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใครเลยจริง ๆ เพราะคนเราเมื่อถึงเวลาก้าวขาออกจากบ้านเมื่อไหร่ ก็ต้องทำตัวเองให้ดูดีด้วยการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสวย ๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจเวลาออกไปเจอคนอื่น ๆ ‘รถยนต์’ ก็เช่นกัน เราก็ต้องหมั่นล้างทำความสะอาดรถ และเพิ่มความสวยงามให้กับส่วนต่าง ๆ ของรถ เพื่อที่ออกไปไหนมาไหนจะได้ดูดีทั้งรถทั้งคนขับนั่นเอง

“ล้อแม็ก” ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมขั้นพื้นฐานที่คนรักรถจะต้องเริ่มทำก่อนการไปปรับแต่งส่วนอื่น ๆ อย่างแน่นอน และการเลือกล้อแม็กไม่ว่าจะเป็นของใหม่หรือของมือสอง นอกจากจะเลือกล้อแม็กที่มีดีไซน์สวยงามตรงใจคนขับแล้ว การเพิ่มความปลอดภัยด้วยการเลือกขนาดของล้อและยางให้มีความเหมาะสม และสมดุลกับรถก็มีความสำคัญมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นสำหรับใครที่เป็นสายซิ่งมือใหม่หัดแต่งรถวันนี้เราก็ได้รวบรวมเคล็ดลับเกี่ยวกับการเลือกล้อแม็กให้ทั้งสวย ปลอดภัย และเหมาะกับรถของคุณมาฝากกันค่ะ

  • ดีไซน์ของล้อแม็ก ข้อนี้ถือว่าเป็นการตัดสินใจแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงอย่างแน่นอน เพราะการแต่งรถก็ล้วนต้องขึ้นอยู่กับความชอบของคนขับ ดังนั้นในข้อนี้ก็ปล่อยฟรีสไตล์เลยค่ะ ใครชอบแบบไหน ลายก้านถี่ ก้านใหญ่ หรือลายอื่น ๆ ก็เลือกได้ตามใจชอบ แต่เราอนุญาตแนะนำดีไซน์อื่น ๆ สักเล็กน้อยนะคะ
    – ล้อแม็กลายจาน : เป็นลายทึบดูไม่ค่อยสวยงาม แต่ข้อดีคือสามารถแบกรับน้ำหนักได้เยอะ มีคงามทนทาน เหมาะกับรถกระบะและรถอเนกประสงค์
    – ล้อแม็กลายก้านใหญ่ : เป็นลายยอดนิยมกว่าแบบแรก ข้อดีคือสวยงามกว่าแบบลายจานและยังแบกรับน้ำหนักได้ดีอีกด้วย
    – ล้อแม็กลายก้านถี่หรือก้านเล็ก : ลายยอดนิยมที่สุดเพราะมีความสวยงาม แต่ข้อเสียคือแบกรับน้ำหนักได้ไม่ค่อยดี มีโอกาสล้อคดได้ง่ายหากตกหลุม เหมาะสำหรับวิ่งบนทางเรียบ
    – ล้อแม็กลายตาข่าย : มีความสวยงามและมีความแข็งแกร่ง ข้อเสียทำความสะอาดได้ค่อนข้างยาก
  • ขนาดล้อแม็ก วิธีให้เลือกที่ถูกต้องคือต้องเลือกขนาดล้อแม็กและยางให้มีความพอดีกัน เพื่อรักษาระดับเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานมากที่สุด นั่นคือ ถ้าแม็กมีขนาดใหญ่ขึ้นก็ต้องเปลี่ยนแก้มยางหรือซีรีย์ยางให้มีความบางลง เพื่อให้ระดับความสูงใกล้เคียงกับของเดิม
  • ยางรถยนต์ และอย่างที่ได้บอกไปว่าหากเปลี่ยนแม็กแล้วสิ่งที่ต้องเปลี่ยนให้สมดุลกันนั่นก็คือล้อรถ ซึ่งวิธีเลือกก็ เช่น หากเปลี่ยนแม็กใหญ่ขึ้น 2 นิ้ว ก็จะต้องเลือกยางที่มีขนาดใกล้เคียงหรือสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนความกว้างของยางหากไม่อยากให้ช่วงล่างพังเร็วก็ให้ลดความกว้างให้ต่ำที่สุดที่พอจะใส่กับล้อแม็กนั้นได้ เช่น ล้อแม็กที่สามารถใส่ยางขนาด 225 มม. หรือ 215 มม. ได้ ก็ควรเลือกแบบ 215 มม.นั่นเองค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อแนะนำสำหรับการเพิ่มความสวยงามให้กับรถด้วยการใส่ล้อแม็ก และถึงแม้หลายคนอาจจะมองว่าล้อแบบนี้ไม่ได้เข้ามาช่วยเรื่องสมรรถนะในการขับขี่มากนัก แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละความชอบและความสุขทางใจของคนชอบแต่งรถ แต่ทั้งนี้การแต่งรถก็ต้องมาควบคู่กับสิ่งที่ถูกกฎหมายจะได้สร้างทั้งความสุขและความสบายใจได้มากขึ้นนะคะ  

ข้อมูลจาก : roojai.com 

อ่านเพิ่มเติม:

 

Categories
Auto

ทริคการเลือกฟิล์มรถยนต์ เรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

‘รถยนต์’ ถือเป็นอีกหนึ่งยานพาหนะที่ได้รับความนิยม และเป็นยานพาหนะทางบกที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด และหากเทียบกับรถแบบสาธารณะรถยนต์ก็ถือได้ว่าเป็นรถที่มีความสะดวกสบายต่อการเดินทางมากกว่า และก็คงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมในทุก ๆ ปี ถึงได้มีอัตราการออกรถใหม่เพิ่มขึ้น เพราะการมีรถส่วนตัวนอกจากจะช่วยในเรื่องของความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย และความไม่แออัดในพื้นที่ขนส่งสาธารณะแล้ว รถยนต์ในปัจจุบันก็ยังมีราคาที่ไม่สูงมาก จึงทำให้หลายคนสามารถที่จะเป็นเจ้าของได้ง่าย ๆ

แต่การมีรถยนต์เป็นของตัวเองสักคันก็ต้องอาศัยการดูแลเพื่อที่จะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานได้ และการดูแลรถยนต์นั้นก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไปทั้งการเช็คสภาพรถ ความระมัดระวังในการขับขี่ และอีกหนึ่งเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างการ ‘ติดฟิล์มรถยนต์’ ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานของรถ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้รถของเราอยู่ในสภาพที่ใหม่ได้อีกด้วย และอย่างที่ทราบกันดีว่าอากาศเมืองไทยเป็นอากาศที่ร้อนอบอ้าวดังนั้นการใช้ฟิล์มติดรถดี ๆ ก็ยังช่วยปกป้องแสงแดดและความร้อนให้กับคนในรถได้อีกด้วย แล้ววันนี้เราก็ได้รวบรวมประเภทของฟิล์มติดรถยนต์มาฝากเหล่าคนรักรถกัน เผื่อประเภทของฟิล์มเหล่านี้จะช่วยเป็นตัวเลือกการเลือกฟิล์มให้เหมาะกับรถของคุณได้  

ประเภทของฟิล์มติดรถยนต์

ฟิล์มติดรถยนต์แบบย้อมสี :

  • มีคุณสมบัติช่วยลดแสง ลดความร้อนจากแสงแดด ซึ่งฟิล์มแบบย้อมสีนี้จะมีลักษณะเป็นสีรุ้ง แต่หากใช้ไปในระยะเวลาที่นานก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วง

ฟิล์มติดรถยนต์แบบมาตรฐาน :

  • สำหรับฟิล์มประเภทนี้จะเป็นฟิล์มที่สามารถพบเห็นได้ตามทั่วไป มีคุณสมบัติช่วยสะท้อนและลดความร้อนได้เป็นอย่างดี สามารถแบ่งออกเป็นข้อย่อยได้ดังนี้

ฟิล์มปรอท

: สามารถกันความร้อนได้มากถึง 90% ในตอนกลางวันจะมีลักษณะคล้าย ๆ สีรุ้ง แต่ไม่สามารถมองเห็นภายในรถได้ ข้อดีอีกข้อคือราคาไม่สูงมาก

ฟิล์มใสนาโน

: ทนความร้อน แสงกระทบแล้วไม่เกิดเงา ข้อดีคือราคาไม่แพง

ฟิล์มนิรภัย

: สามารถป้องกันการแตกร้าวของกระจกได้ มีให้เลือกทั้งแบบทนความร้อน และไม่ทนความร้อน

ฟิล์มอินฟาเรด

: สามารถกันความร้อนได้เป็นอย่างดี สามารถตัดรังสีอินฟาเรดได้ แต่ฟิล์มประเภทนี้จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงค่ะ

นอกจากนี้คนที่คิดจะติดฟิล์มรถยนต์ 60 แบบรอบคัน ขอบอกให้คิดดี ๆ สักนิดนะคะ เพราะข้อเสียของการติดฟิล์มรถ 60 แบบรอบคันมีเยอะมาก ทั้งอันตรายต่อการมองเห็นของผู้ขับขี่ อากาศภายในรถร้อนขึ้นกว่าเดิม เกิดคราบน้ำได้ง่ายกว่าฟิล์มชนิดอื่น ๆ ที่สำคัญหากคุณเดินทางไปต่างจังหวัด ก็จะโดนตำรวจเรียกหลายด่านเพื่อเป็นการเช็คความมั่นใจ เนื่องจากฟิล์มที่ติดรถนั้นดำทึบจนมองไม่เห็นคนขับ 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นประเภทของการฟิล์มติดรถยนต์แบบต่าง ๆ ซึ่งถือว่าการเลือกฟิล์มรถยนต์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยาก เพียงแค่เราเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน และทั้งนี้ก็ต้องเลือกประเภทที่มีความเหมาะสมกับรถ ไม่ผิดกฎหมาย ที่สำคัญจะได้ไม่เป็นปัญหาระหว่างการขับขี่ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Promotions.co.th

อ่านเพิ่มเติม :

 

Categories
Auto

เที่ยวแบบปลอดภัย! เช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

ตอนนี้หลาย ๆ คนก็คงกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างจริงจังแล้วค่อยไปปลดปล่อยความเหนื่อยล้าทั้งหมดในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะถึงนี้อย่างแน่นอน ซึ่งวันหยุดยาวนี้ในครั้งนี้จะเป็นการหยุดยาวเพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ

และสำหรับใครที่ได้หยุดในช่วงวันหยุดยาวนี้ก็คงจะต้องกำลังวางแพลนการไปเที่ยวกันอย่างแน่นอน ซึ่งการไปเที่ยวในแต่ละครั้งนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบ ร้านอาหาร และที่พักที่มีความสำคัญแล้ว สำหรับใครที่ชอบการเดินทางแบบการขับรถส่วนตัว ‘การเตรียมตัวและเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง’ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก แล้วยิ่งการเดินทางในครั้งนี้เป็นการเดินทางในช่วงเวลาที่มีคนออกเดินทางเป็นจำนวนมากด้วยแล้ว ก็ต้องยิ่งเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าเดิม แล้ววันนี้เราก็มีคำแนะนำเล็ก ๆ เกี่ยวกับวิธีการเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางมาฝากทุกคนกันค่ะ

จุดสำคัญของรถที่ต้องเช็ค
ให้พร้อม

  • ชุดเครื่องมือประจำรถ ชุดเครื่องมือสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแม่แรง ,ที่เติมลมฉุกเฉิน ,สายพ่วงแบต และอื่น ๆ ก็ควรจะมีติดรถเอาไว้ ในการเดินทางเราอาจจะตรวจเช็ครถมาเป็นอย่างดีแล้วแต่การมีเครื่องมือเหล่านี้เอาไว้ก็อุ่นใจกว่าแน่นอนค่ะ
  • แบตเตอรี่ ควรตรวจสภาพของแบตเตอรี่ว่ามีความสมบูรณ์มากน้อยขนาดไหน นอกจากนี้ก็ต้องคอยเช็ดทำความสะอาดคราบบนขั้วแบต เช็คระดับน้ำกลั่น และเช็คความแน่นของขั้วแบตและฉนวนหุ้มสายด้วยนะคะ
  • ล้อและยาง ตรวจสอบยางให้พร้อมใช้งาน ไม่รั่ว ไม่ซึม มีดอกยางเพียงพอ ที่สำคัญจะต้องเติมยางรถให้มีความพอดีตามเกณฑ์ของรถคันนั้น และล้อรถก็ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่คด ไม่เบี้ยว น็อตของล้อแน่น
  • เช็คระบบเบรกและระดับน้ำมัน ระบบเบรกเป็นระบบที่ปิด ดังนั้น น้ำมันเบรกจะไม่มีการระเหยเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไป หากรถของเราน้ำมันเบรกหายก็อย่าเพิ่งเติมน้ำมันใหม่ลงไปนะคะ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสาเหตุของน้ำมันหายเป็นเพราะผ้าเบรกสึกหรือมีจุดไหนกำลังรั่วซึมอยู่
  • เช็คช่วงล่าง ทั้งพวงมาลัย โช้คและส่วนอื่น ๆ บริเวณช่วงล่างมีความสำคัญต่อการทรงตัวในการขับขี่เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นหากคนขับเกิดความรู้แปลก ๆ ขณะขับก็ควรจะรีบนำรถไปเช็คทันทีนะคะ
  • ระบบไฟส่องสว่าง ทุกจุดที่มีไฟทั้งไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน ไฟตัดหมอกจะต้องเช็คให้ครบว่ามีไฟจุดดไหนไม่คมชัด เพราะไฟเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเดินทางในช่วงกลางคืน
  • น้ำมันเครื่อง อีกจุดสำคัญที่เป็นระบบกลไกของเครื่องยนต์ ควรตรวจสอบทั้งประสิทธิภาพและปริมาณของน้ำมันให้มีความพอเหมาะ นอกจากนี้ก็ควรเตรียมน้ำมันติดรถไปด้วยอย่างน้อยสัก 1 ลิตรเผื่อใช้ในยามฉุกเฉินค่ะ
  • หม้อน้ำ ท่อยาง และระบบหล่อเย็น หากเครื่องยนต์มีความร้อนจัดก็อาจจะทำให้เครื่องยนต์น็อคได้ ดังนั้นก็ควรตรวจสอบระบบระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างปลอดภัยและไม่สะดุดค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การเดินทางของทุกคนปลอดภัยขึ้น ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความไม่ประมาทและความมีน้ำใจในการขับขี่ของคนขับด้วยนะคะ ถึงจะทำให้ทริปวันหยุดยาวนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก : Auto Spinn

อ่านเพิ่มเติม:

 

Categories
Auto

ข้อดีของการมีรถส่วนตัว

การเดินทางถือเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิต เพราะเราทุกคนต่างต้องเดินทางไปเรียน ไปทำงาน ไปทำธุระ หรือแม้แต่การออกไปท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ต้องอาศัยการเดินทางทั้งสิ้น และถึงแม้ว่าว่าในยุคนี้จะมีขนส่งสาธารณะเกิดขึ้นมากมาย แต่นั่นก็อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์การเดินทางทั้งหมดของเราได้ และยิ่งในช่วงนี้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้น การโดยสารด้วยขนส่งสาธารณะก็อาจจะทำให้เราเกิดความกังวลและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้หากไม่ทันได้ระวังตัว

ดังนั้นหากเป็นไปได้เราคงอยากจะมีส่วนตัวสักคันหนึ่งเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินหรือใช้ในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงเช่นนี้อย่างแน่นอน ซึ่งการมีรถส่วนตัวนั้นเราก็อาจจะต้องสละเวลาในการออกเดินทางให้เร็วขึ้นกว่าเดิมเพื่อไม่ให้ตัวของเราไปอยู่ในช่วงเวลาที่รถติด

และสำหรับใครที่กำลังอยากได้รถส่วนตัวสักคันหนึ่งอยู่ แต่ยังติดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อดีหรือไม่ วันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อดีของการมีรถส่วนตัวมาฝากทุกคน เผื่อข้อดีเหล่านี้จะช่วยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการซื้อรถให้กับทุกคนได้

  • ระหว่างการเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย เพราะภายในรถทุกคันก็จะมีทั้งเครื่องปรับอากาศและฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ช่วยให้การเดินทางของเราสบายยิ่งขึ้น
  • มีความเป็นส่วนตัว ไม่มีผู้โดยสารคนอื่น ๆ ร่วมการเดินทางด้วย เว้นแต่ว่าเจ้าของรถเองจะเป็นคนอนุญาตให้มีใครร่วมเดินทางด้วย
  • เปลี่ยนจุดหมายได้ตามสะดวก บางครั้งการนัดหมายต่าง ๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเวลาหรือสถานที่ ดังนั้นการมีรถส่วนตัวก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางในการขับได้ด้วยตัวเอง
  • กำหนดความปลอดภัยให้กับตัวเองได้ เนื่องจากขับขี่ด้วยตัวเอง ดังนั้นเรื่องของความปลอดภัยก็จะขึ้นอยู่การขับของตัวเอง
  • แวะเที่ยวได้ทุกที่ที่ต้องการโดยไม่ต้องมีความกังวลว่าคนขับจะกังวล (ในกรณีเหมารถเที่ยว)
  • บางคนอาจจะชอบการไปเที่ยวแบบไม่ต้องมีการวางแพลนล่วงหน้า ดังนั้นเรื่องที่พักก็คงจะไม่ได้มีแผนอย่างแน่นอน ดังนั้นการมีรถส่วนตัวก็จะทำให้เราสามารถขับรถวนหาที่พักได้แบบตามใจชอบ  
  • ช่วยลดความแออัดระหว่างการเดินทาง และช่วยลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรคต่าง ๆ
  • สามารถนำรถไปต่อยอดในอนาคตได้ เช่น สินเชื่อรถแลกเงิน การจำนำเล่มทะเบียนรถ เผื่อในกรณีฉุกเฉินต้องการใช้เงินก้อนก็สามารถนำรถไปขอสินเชื่อเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อดีของการมีรถส่วนตัว หากใครที่กำลังมองหารถส่วนตัวสักคันอยู่ก็สามารถนำข้อดีเหล่านี้ไปประกอบกับการซื้อได้นะคะ

Categories
Auto

แนะนำรถครอบครัวโตโยต้าที่น่าสนใจ ในปี 2020

‘การเที่ยว’ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสุดโปรดของหลาย ๆ ครอบครัวอย่างแน่นอน เพราะการไปเที่ยวนอกจากจะได้เป็นการพักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังได้เป็นการกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้แนบแน่นมากกว่าเดิมอีกด้วย

แต่การเดินทางไปเที่ยวแต่ละครั้งบางคนก็มีครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกเยอะ จึงต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถหลาย ๆ คัน ซึ่งแน่นอนเลยว่าการใช้รถหลายคันในการเดินทางงบประมาณค่าน้ำมันก็จะต้องเพิ่มตามจำนวนคันรถ ดังนั้นตอนนี้หลาย ๆ บ้านก็เริ่มมองหารถสำหรับครอบครัวกันมากขึ้น ซึ่งรถครอบครัวนั้นนอกจากจะช่วยเซฟเรื่องค่าน้ำมันแล้ว ยังช่วยให้คนในครอบครัวมีเวลาที่จะได้พูดคุยเป็นเพื่อนกันระหว่างการเดินทาง และอีกหนึ่งข้อดีของการขับรถแบบครอบครัวที่สำคัญเลยก็คือ คนในครอบครัวสามารถที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาขับรถเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับการเดินทาง  และวันนี้เราก็ได้นำรถครอบครัวจาก ‘โตโยต้า’ มาฝากทุกคนกันค่ะ

Toyota Avanza 1.5G A/T

สำหรับรุ่นแรกนี้ราคาจะอยู่ที่ 699,000 บาท จะเป็นรถครอบครัวขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยดีไซน์ที่สวย ฟังก์ชั่นที่ล้ำสมัย ประกอบกับสมรรถนะที่สูงและยังสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารยังสามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้มากถึง 7 ที่นั่ง หรือหากต้องการจะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยก็ยังสามารถพับเบาะที่นั่งได้อีกด้วย

  • รุ่นเครื่องยนต์ : 2NR-VE
  • แบบเครื่องยนต์ : 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i
  • ความจุกระบอกสูบ : 1,496 ซีซี
  • ความจุถังน้ำมัน : 45 ลิตร
  • น้ำมันเชื้อเพลิง : เบนซิน 91 (E20)
  • ระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง : หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI
  • ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ 4 สปีด

Toyota Fortuner 2.8 Legender 4WD

Toyota Fortuner 2.8 Legender 4WD เป็นรุ่นท็อปบนสุดในตระกูล Fortuner ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 1,839,000 บาท ซึ่งรุ่นนี้ไม่ได้ปรับเพียงแค่รูปลักษณ์หรืออุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังได้มีการปรับสมรรถนะในการขับขี่ ระบบการควบคุม ช่วงล่าง รวมไปถึงระบบความปลอดภัยที่ได้รับยังได้มีการอัปเกรดใหม่อีกด้วย

  • รุ่นเครื่องยนต์ : 1GD-FTV (High)
  • แบบเครื่องยนต์ : 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler
  • ความจุกระบอกสูบ : 2,755 ซีซี
  • ความจุถังน้ำมัน : 80 ลิตร
  • น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
  • ระบบจ่ายน้ำมัน : หัวฉีดไดเร็คอินเจ็คชั่น แบบคอมมอนเรล
  • ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC : แบบ A-TRC
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน : LED แบบ Light Guiding

Toyota Majesty See 2.8 Standard

มาถึงคิวของรถตู้ที่เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่กันบ้าง สำหรับ Toyota Majesty 2.8 Standard คันนี้ จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1,709,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นรถตู้ระดับพรีเมียมที่ถูกออกแบบมาให้มีความหรูหรา ควบคู่ไปกับการออกแบบให้ภายในห้องโดยสารมีความเงียบและการปรับระบบช่วงล่างใหม่ที่ช่วยลดการสั่นสะเทือน มาพร้อมกับที่นั่งจำนวน 11 ที่นั่ง พร้อมด้วยระบบบริหารหลังไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้นกว่าที่เคยมีมาอีกด้วย

  • รุ่นเครื่องยนต์ : 1GD-FTV
  • แบบเครื่องยนต์ : 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์
  • ความจุกระบอกสูบ : 2,755 ซีซี
  • ความจุถังน้ำมัน : 70 ลิตร
  • ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง : หัวฉีดไดเร็คอินเจคชั่น แบบคอมมอนเรล
  • ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift
  • กล้องวีดิโอบันทึกภาพติดรถยนต์ : กล้องหน้า

ทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวเลือกรถครอบครัวดี ๆ จากโตโยต้า นอกจากนี้ที่โตโยต้าก็ยังมีตัวเลือกรถแบบอื่น ๆ ให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ในสไตล์ที่ใช่อยู่นะคะ

ข้อมูลจาก : TOYOTA