Categories
Auto

ไขข้อข้องใจ! ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน ?

ในการใช้ยานพาหนะอย่าง ‘รถ’ ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซต์ รถยนต์ หรือรถรับจ้าง ‘ใบขับขี่’ ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก โดยใบขับขี่นั้นเป็นตัวยืนยันความรู้ ความสามารถในการขับขี่ของตัวบุคคล ว่าได้รับการอนุญาตให้ใช้รถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยใบขับขี่ถือว่าเป็นบัตรที่ผู้ขับขี่จะต้องพกติดตัวไว้ทุกครั้งเมื่อขับขี่รถ ตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 (มาตรา 64) หากฝ่าฝืนก็จะได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด และหากใบขับขี่รถของเราหมดอายุจะไม่มีการเสียค่าปรับ แต่หากเราขับขี่รถขณะที่ใบขับขี่หมดอายุก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 65 ของพรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 เช่นกัน

แต่บางคนอาจจะเกิดอายุการหลง ๆ ลืม ๆ เมื่อนำใบขับขี่ขึ้นมาดูอีกครั้ง ปรากฏกว่าใบขับขี่นั้นดันเกิดหมดอายุมาแบบไม่รู้ตัว โดยการหมดอายุของใบขับขี่นั้นสามารถแบ่งเป็นกรณีออกได้ ดังนี้

  • ใบขับขี่ขาดการต่ออายุไม่เกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันที่หมดอายุ)

สำหรับในกรณีแรกสามารถนำใบขับขี่ไปขอต่ออายุได้ใหม่ทันที พร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมในการต่ออายุ จากนั้นก็จะได้ขับขี่ใบใหม่

  • ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี

กรมขนส่งทางบกจะทำให้การออกข้อสอบข้อเขียนใหม่ทั้งสิ้น 50 ข้อ โดยคุณจะต้องทำให้ถูกต้องทั้งหมด 45 ข้อ จึงจะถือว่าผ่านเกนฑ์และได้รับใบขับขี่ใหม่

  • ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี

สำหรับกรณีสุดท้ายซึ่งถือว่าเป็นกรณีทีเกิดขึ้นได้น้อย แต่หากคุณอยู่ในกรณีนี้ คุณจะต้องทำการสอบเสมือนกับการทำใบขับขี่ครั้งแรก ทั้งการสอบข้อเขียนและสอบปฏิบัติใหม่ จึงจะได้สิทธิ์ใยการได้รับอนุญาตอีกครั้ง

ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน
ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วันภาพจาก : www.auto.mthai.com

ต่อใบขับขี่ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

  • ใบขับขี่ใบเดิม หรือใบแทน
  • บัตรประชาชนฉบับจริง
  • ใบรับรองแพทย์ (แล้วแต่กรณี)

นอกจากนี้การต่อใบขับขี่ยังสามารถต่อล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุได้ โดยการต่อใบขับขี่จาก 2 ปี เป็น 5 ปี สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน หรือ 2 เดือน ส่วนการต่อใบขับขี่แบบ 5 ปี เป็น 5 ปี สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือนหรือ 90 วัน

นอกจากนี้ใน ปีพ.ศ.2564 ที่จะถึงนี้ ทางรองอธิบดีกรมขนส่งทางบก เตรียมพิจารณาเพิ่มรายชื่อโรคที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยขณะขับขี่ ที่จะส่งผลต่อการไม่มีสิทธิ์ในการทำใบอนุญาตขับขี่ทุกประเภท เช่น โรคเบาหวาน ,โรคลมชัก ,โรคไบโพลาร์ ,โรคตัวเตี้ยผิดปกติ ,โรคความดัน ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการหารือร่วมกันกับทางแพทยสภา จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียดให้มีความสอดคล้องกับกฎกระทรวง

และล่าสุดก็ได้มีมติโรคที่มีความเสี่ยงต้องห้ามต่อการขับรถ นั่นก็คือ โรคลมชักที่ยังคงมีอาการภายใน 1 ปี โดยผู้ขับขี่จะต้องไม่มีโรคลมชักหรือปลอดจากโรคนี้อย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถกลับมาสอบใบอนุญาตขับขี่ได้ตามเดิม

หากในปี 2564 มีการอัปเดตเกี่ยวกับข้อกำหนดของโรคที่มีผลต่อการขับขี่รถอย่างไร ทางเราจะรีบนำข้อมูลมาอัปเดตทุกคนทันทีค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Kapook และ MThai

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *