Categories
Auto

5 พฤติกรรมที่คุณอาจทำร้ายรถคู่ใจแบบไม่รู้ตัว  

พฤติกรรมที่ทำให้รถพังเร็วขึ้น มีอะไรบ้าง ?

รถยนต์เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจที่พร้อมจะเดินทางกับคุณไปทุกที่ เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณรักเพื่อนของคุณยังไง กับรถคู่ใจก็ควรจะดูเอาใจใส่มากด้วยเช่นกัน ซึ่งบางคนอาจจะมีพฤติกรรมบางอย่างที่เผลอทำร้ายรถคันโปรดไปแบบไม่รู้ตัว ทั้งเรื่องความใจร้อน ความเคยชิน หรือความไม่รู้ บอกเลยว่าหากยังไม่เลิกนิสัยเหล่านี้ในอนาคตคุณอาจะมีแพลนเสียเงินก้อนโตแน่นอน

ออกตัวทันทีขณะเครื่องเย็น

ใครที่ชอบเร่งเครื่องออกตัวไปด้วยความเร็วทันที ทั้งที่เครื่องกำลังเย็นอยู่ล่ะก็บอกเลยว่าหยุดเดี๋ยวนี้ เพราะมันจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อเครื่องยนต์ของคุณได้ โดยระบบหล่อลื่นต่าง ๆ จะไม่สามารถหล่อเลี้ยงไปยังส่วนต่าง ๆ ของรถได้ทัน ดังนั้นคุณควรวอร์มรถหรือสตาร์ทรถทิ้งไปสักครู่ เพื่อให้ระบบเข้าที่จากนั้นจึงค่อยเหยียบออกไปจะดีที่สุด

5 พฤติกรรมที่คุณอาจทำร้ายรถคู่ใจแบบไม่รู้ตัว  
5 พฤติกรรมที่คุณอาจทำร้ายรถคู่ใจแบบไม่รู้ตัว  

ไม่ชะลอความเร็ว

บางคนเห็นลูกระนาด เนินเล็ก ๆ หรือหลุมต่าง ๆ ก็ยังเหยียบคันเร่งแบบไม่มียั้ง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้หากทำไปนาน ๆ มีหวังช่วงล่างรถของคุณคงหลุดออกมาแน่ เพราะฉะนั้นแล้วแตะเบรกสักนิดเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและรถนะคะ

เหยียบคันเร่งจนจม หรือคิกดาวน์บ่อย ๆ

บางครั้งการเหยียบคันเร่งธรรมดาอาจะไม่ทันคนขับ หลายคนจึงใช้วิธีการกดครั้งเร่งไปจนจม เพื่อเรียกรอบให้เกียร์เปลี่ยนอัตราทดไปยังตำแหน่งที่ตำกว่า เช่น จากเกียร์ 3 ไปเกียร์ 2 ซึ่งวิธีการนี้แม้จะทำให้รถของคุณพุ่งไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น แต่มันก็ส่งผลเสียต่อรถของคุณได้มากเหมือนกัน เพราะชุดเฟืองจะต้องรับภาระหนัก ท้ายที่สุดก็ส่งผลให้อายุการใช้งานของมันสั้นลง

ไม่สนใจน้ำท่วมขัง

หลาย ๆ เส้นทางที่คุณขับอาจเกิดน้ำท่วมขังขึ้นเป็นประจำ ซึ่งบางคนอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้จึงจำเป็นต้องขับผ่านลุยไปแบบไม่คิดอะไร แต่ความเป็นจริงยิ่งน้ำท่วมสูงมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งถูกดูดเข้าไปยังห้องเครื่องมากเท่านั้น ฉะนั้นควรเลือกขับที่จุดน้ำขังน้อย หรือน้ำตื้นที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย

5 พฤติกรรมที่คุณอาจทำร้ายรถคู่ใจแบบไม่รู้ตัว  
5 พฤติกรรมที่คุณอาจทำร้ายรถคู่ใจแบบไม่รู้ตัว  

ไม่สนใจสัญญาณเตือนบนหน้าปัด

บางครั้งมีสัญญาณไฟเตือนขึ้นบนหน้าปัดเป็นบ่อย ๆ หลายคนปล่อยไว้แบบไม่สนใจ ซึ่งหากใครที่ทำแบบนี้อยู่ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเดินทางเป็นอย่างมาก เพราะการที่มีสัญญาณเตือนก็หมายความว่าระบบเครื่องยนต์ หรือระบบความปลอดภัยต่าง ๆ กำลังมีปัญหา หากใครที่พอมีความรู้ก็ควรรีบแก้ไข แต่หากใครที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องรถมากนัก ควรรีบเอาศูนย์เพื่อเช็คอาการอย่างละเอียดทันที

ซึ่งการดูแลรถนั้นไม่ใช่เพียงแค่เช็ดล้างทำความสะอาดรถภายนอกอย่างเดียว แต่เรื่องความปลอดภัยของเครื่องยนต์ภายในก็ควรเอาใจใส่มากด้วยเช่นกัน ครั้งหน้าเราจะมีเกร็ดความรู้อะไรดี ๆ มาฝากอีก รอติดตามกันได้เลยค่ะ

ข้อมูล : Sanook

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *