Categories
Auto

อัปเดต! ราคาและตารางผ่อน Toyota Yaris 2020   

Toyota Yaris ถือได้ว่าเป็นรถรุ่นฮิตของโตโยต้าเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งดีไซน์ของรถรวมไปถึงสมรรถนะในการใช้งานก็ถือว่าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม แล้วอย่างล่าสุดในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โตโยต้าก็ได้มีการเปิดตัว Toyota Yaris 2020 รุ่นไมเนอร์เชจน์ที่ได้มีการปรับโฉมใหม่พร้อมทั้งอัปเดตให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น รวมไปถึงเพิ่มระบบความปลอดภัยที่น่าสนใจ เช่น ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนและระบบความปลอดภัยก่อนการชน นอกจากนี้ก็ยังได้เพิ่มเติมในส่วนของอุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกอีกด้วย

ระบบความปลอดภัยก่อนการชน ใน Toyota Yaris 2020
ระบบความปลอดภัยก่อนการชน ใน Toyota Yaris 2020

Toyota Yaris 2020 มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย

  • Toyota Yaris Sport Premium ราคา : 609,000 บาท
  • Toyota Yaris Sport ราคา : ราคา 679,000 บาท
  • Toyota Yaris Entry ราคา : 549,000 บาท

ตารางการผ่อน-ดาวน์ Toyota Yaris 2020

Toyota Yaris 2020

ราคา ดาวน์ ยอดดาวน์ ยอดจัด 48 60 72

Sport Premium

609,000

15%

101,850 577,150 13,467 11,062

9,459

20%

135,800 543,200 12,675 10,411 8,902
25% 169,750 509,250 11,883 9,761 8,346

Sport

679,000

15%

91,350 517,650 12,079 9,922 8,484
20% 121,800 487,200 11,368 9,338 7,985

25%

152,250 456,750 10,658 8,754 7,486

Entry

549,000 15% 82,350 466,650 10,889 8,944 7,648

20%

109,800

439,200 10,248 8,418 7,198
25% 137,250 411,750 9,608 7,892

6,748

ดอกเบี้ย 3% ต่อปี

หมายเหตุ : ราคาตารางผ่อน – ดาวน์ Toyota Yaris 2020 เป็นตารางราคาและการผ่อนโดยประมาณเท่านั้น ทั้งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราดอกเบี้ย เงินดาวน์ และโปรโมชั่นอื่น ๆ ของสถาบันการเงิน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Toyota และโชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ

ดีไซน์ของ Toyota Yaris 2020
ดีไซน์ของ Toyota Yaris 2020

ดีไซน์ภายนอกของ Toyota Yaris 2020 ซึ่งในรุ่นนี้ก็ได้มีการปรับปรุงดีไซน์ด้านหน้าใหม่ มาพร้อมกับกระจังหน้าสีดำแบบ Mesh ,ไฟ LED มัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อมด้วย LED Light Guiding สำหรับรุ่น Sport Premium และ Sport แต่สำหรับรุ่น Entry จะเป็นไฟ มัลติรีเฟลกเตอร์ ,ระบบกันสะเทือนรอบคัน นอกจากนี้ Toyota Yaris 2020 ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ Follow-me-home

ส่วนภายในของ Toyota Yaris 2020 จะเพิ่มช่องเสียบ USB ให้บริเวณเบาะหลังคนขับ ,จอสัมผัสขนาด 6.7 นิ้ว ,ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry ฯลฯ

สมรรถนะของ Toyota Yaris 2020
สมรรถนะของ Toyota Yaris 2020

ในส่วนของเครื่องยนต์จะใช้ 3NR-FKE / 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-iE ส่งกำลังสูงสุด 92 แรงม้า 6,000 รอบ/นาที ใช้ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ที่ช่วยประหยัดน้ำมัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.toyota.co.th/model/yaris/specification

ทั้งหมดนี้ก็เป็นตารางการดาวน์และผ่อน พร้อมทั้งสเปคคร่าว ๆ ของ Toyota Yaris 2020 ซึ่งรถรุ่นนี้ถือว่าเป็นรถที่เหมาะสำหรับการใช้งานส่วนตัว มีพื้นที่ใช้สอย และเหมาะสำหรับคนที่ชอบความโฉบเฉี่ยวและรวดเร็ว ใครที่มีแพลนจะซื้อรถรุ่นนี้อยู่ก็สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ทั้งในเว็บไซต์และที่โชว์รูมของ Toyota ทั่วประเทศ

อ่านเพิ่มเติม:

 

Categories
Auto

9 วิธีฝึกขับรถด้วยตัวเองขั้นพื้นฐาน ไม่ง้อโรงเรียนสอนขับรถ

หากเริ่มต้นพูดคำว่า ‘หัดขับรถ’ หลาย ๆ คนก็คงจะนึกถึงโรงเรียนสอนขับรถเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน ซึ่งการไปเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถครูสอนขับรถก็จะมีพื้นที่เตรียมไว้ให้สำหรับการขับโดยเฉพาะ มีการกำหนดวันเวลาและระยะเวลาในการเรียน แต่สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับการเรียนขับรถนั่นก็คือค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง

แต่สำหรับบางคนก็ไม่อยากจะเสียเงินไปกับการเรียนขับรถ จึงเลือกวิธีการ ‘ฝึกขับรถด้วยตัวเอง’ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยให้เรามีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย แต่ก่อนที่จะไปหักขับรถด้วยตัวเองนั้น มือใหม่หัดขับก็จำเป็นจะต้องเรียนรู้ทฤษฎีเสียก่อน ทั้งกฎจราจร ฝึกการมองขณะขับ การฝึกหมุนพวงมาลัย การเหยียบเบรกหรือคันเร่ง จากนั้นจึงค่อยลงสนามจริง

9 วิธีฝึกขับรถด้วยตัวเองขั้นพื้นฐาน
9 วิธีฝึกขับรถด้วยตัวเองขั้นพื้นฐาน

ซึ่งการฝึกขับรถให้ได้ผลและเป็นการเซฟตัวเองที่ดีที่สุด มือใหม่ก็จะต้องพาคนสนิทที่ขับรถจนชำนาญ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว แฟน หรือเพื่อนค่อยนั่งกำกับอยู่ข้าง ๆ เพราะหากเกิดปัญหาใดขึ้นมาคนที่ขับรถเป็นอยู่แล้วจะได้ช่วยแก้ไขได้ แล้ววันนี้เราก็มีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนที่อยากจะทดลองขับรถด้วยตัวเองมาฝากมือใหม่หัดขับกันค่ะ

  1. สำหรับใครที่เพิ่งทดลองขับเป็นครั้งแรกก็จะต้องให้คนที่ชำนาญเรื่องรถเช็คสภาพรถและความพร้อมของรถให้ดีเสียก่อน
  2. ตรวจสอบพื้นที่รอบข้างทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังรถ ว่ามีสิ่งกีดกวางหรือสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อยู่หรือไม่
  3. เมื่อขึ้นมาบนรถก็อย่าเพิ่งรีบสตาร์ทรถนะคะ ก่อนอื่นจะต้องปรับเบาะให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องของระยะห่างจากพวงมาลัย ความสูงความต่ำของเบาะ
  4. จากนั้นทดลองจับพวงมาลัยว่าถนัดหรือไม่ ซึ่งเทคนิคนี้ก็ลองยื่นแขนไปจับพวงมาลัยไม่ให้แขนตึงหรือหย่อนจนเกินไป
  5. ปรับกระจกมองข้าง กระจกมองหลังให้มีความชัดเจน ซึ่งถือเป็นอีกข้อที่สำคัญมาก ๆ เชียวหล่ะ
  6. ก่อนจะเสียบกุญแจรถ เกียร์รถยนต์ มีความสำคัญมาก จะต้องสังเกตให้ดีก่อนสตาร์ทรถทุกครั้ง ซึ่งหากเป็นรถเกียร์ออโต้ตำแหน่งของเกียร์ต้องอยู่ที่ตัว P หรือ N และหากเป็นเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์กระปุกให้อยู่ในตำแหน่ง N เท่านั้น
  7. เบรกมือก็มีความสำคัญมากเช่นกัน จะต้องสังเกตว่าเบรกมือดึงขึ้นอยู่หรือไม่ หากดึงขึ้นอยู่ก็ให้ปลดเบรกมือลงนะคะ
  8. จากนั้นก็เสียบกุญแจรถแล้วหมุนช้า ๆ ตามสเต็ป โดยขั้นแรกจะเห็นว่ามีไฟขึ้นและหายไป แล้วให้ดูว่าไฟที่หน้าปัดคอนโซลปกติไหม จากนั้นหมุนกุญแจอีก 1 ครั้ง โดยจะต้องบิดค้างไว้ประมาณ 2 -3 วินาที เมื่อเครื่องยนต์ทำงานแล้วก็เอามืออกได้เลย แต่สำหรับรุ่นใหม่ ๆ เดี๋ยวก็จะเป็นระบบสตาร์ทแบบปุ่มกด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นระบบสตาร์ทแบบไหน ข้อสำคัญเลยก็คือ เหยียบเบรก ก่อนสตาร์ทเพื่อความปลอดภัย
  9. เมื่อเสร็จแล้วก็ค่อย ๆ ออกตัวได้เลย แต่ก่อนออกตัวก็สังเกตสิ่งของรอบ ๆ อีกครั้งเพื่อความแน่ใจนะคะ
ข้อแนะนำสำหรับการขับรถขั้นพื้นฐาน
ข้อแนะนำสำหรับการขับรถขั้นพื้นฐาน

ซึ่งวิธีทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการฝึกขับรถด้วยตัวเองแบบไม่ต้องเสียเงินไปเรียน แต่ที่สำคัญในทุก ๆ การฝึกขับรถหรือแม้แต่ใครที่ขับเป็นอยู่แล้ว เรื่องความไม่ประมาทและความมีสติถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ยังไงก็ระมัดระวังตัวเองในทุกการเดินทางนะคะ

อ่านเพิ่มเติม:

 

Categories
Auto

10 เทคนิคขับรถช่วงหน้าฝน ลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน!

‘ฤดูฝน’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุพุ่งสูงขึ้น เพราะด้วยสายฝนที่โปรยลงมาทำให้พื้นถนนเปียกจึงทำให้ใครที่ไม่ชำนาญทาง การเข้าโค้งหรือมีการกะระยะในการเบรกไม่ดีก็อาจส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้แล้วฝนที่ตกลงมายังลดทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางของผู้ขับขี่อีกด้วย

เพราะฉะนั้นแล้วหากหลีกเลี่ยงที่จะขับขี่รถในช่วงระยะเวลาที่ฝนตกได้ก็ควรจะทำนะคะ แต่หากใครที่มีความจำเป็นหรือไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าฝนจะตกก็ควรที่จะเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ที่สำคัญช่วงนี้ก็เข้าหน้าฝนอย่างเต็มตัวด้วยแล้ววันนี้เราจึงมี 10 เทคนิคในการขับรถช่วงหน้าฝนมาฝากทุกคนกัน รับรองได้เลยว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างแน่นอนเลยค่ะ

10 เทคนิคขับรถช่วงหน้าฝน

1. ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมเสมอ เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณเตือน ระบบเบรก สภาพของยาง ใบปัดน้ำฝน ฯลฯ ซึ่งจริง ๆ แล้วการเช็คสภาพรถนั้นไม่เพียงแต่จะเช็คในช่วงฤดูฝนเท่านั้น แต่ต้องหมั่นเช็คเป็นประจำทุกครั้งก่อนออกเดิน

2. เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอก เมื่อฝนตกหนัก ๆ ก็ต้องรีบเพิ่มความปลอดภัยและเพิ่มการมองเห็นขณะขับรถ ด้วยไฟหน้าและไฟตัดหมอกทันที

3. ทิ้งระยะห่างกับรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ รวมไปถึงต้องลดความเร็วขณะขับรถให้เทียบเท่ากับความสามารถในการมองเห็น เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจะได้แก้ทัน

4. เพิ่มความระมัดระวังช่วง 5 นาทีแรก ซึ่งช่วง 5 นาทีแรกตอนที่ฝนตกลงมาจะทำให้พื้นถนนยังปรับสภาพไม่ได้และทำให้ลื่นมากกว่าปกตินั่นเอง

 5. ประเมินความลึกของน้ำ ในกรณีที่ขับในพื้นที่ที่มีน้ำขังให้สังเกตความลึกของน้ำจากรถคันหน้าหรือบริเวณขอบฟุตบาท แล้วจึงตัดสินใจว่าควรไปต่อหรือไม่

6. หมั่นย้ำเบรกบ่อย ๆ เพื่อรีดน้ำผ้าเบรก ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันอาการเบรกลื่นขณะขับ แต่หากมีการจอดรถเป็นเวลานานก็ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เบรกมือเพราะจะทำให้เกิดอาการเบรกติดได้

ลดการเกิดอุบัติเหตุด้วย 10 เทคนิคขับรถช่วงหน้าฝน

7. หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน หากไม่มีความจำเป็นจริง ๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการเบรกแบบนี้ เพราะจะเกิดปัญหาล้อรถสะบัดซึ่งจะควบคุมได้ยาก

8. สังเกตเหตุการณ์รอบ ๆ ตัว หมั่นดูเหตุการณ์ระหว่างขับขี่ว่ามีแอ่งน้ำหรือมีน้ำขังตรงไหนบ้าง จากนั้นต้องลดความเร็วลงทันที เพราะหากขับมาด้วยความเร็วก็สามารถทำให้รถลื่นไถลหรือเกิดการตกหลุมได้

9. ขณะขับรถควรปิดระบบแอร์ ควบคู่กับการใช้เกียร์ต่ำ เพราะหากเครื่องยนต์ต่ำเกินไปก็จะทำให้น้ำย้อนเข้าท่อไอเสียได้

10.หาที่จอดรอจนกว่าฝนจะเบาลง เพราะหากขับรถและมองไม่เห็นทางข้างหน้าในระยะ 10 เมตร ก็ควรหาที่ปลอดภัยรออยู่ก่อนจะดีกว่าค่ะ

หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะขับรถในช่วงหน้าฝนก็อย่าลืมเพิ่มความปลอดภัยให้การขับขี่ด้วย 10 เทคนิคที่เรานำมาฝากนะคะ

อ่านเพิ่มเติม:

Categories
Auto

Update ตารางผ่อน Corolla Cross งวดละเท่าไหร่?

สำหรับ Toyota Corolla Cross จะเป็นหนึ่งในขวัญใจพ่อบ้าน และแม่บ้าน ที่ต้องการรถ SUV ที่ไม่ใหญ่มาก ซึ่งในปัจจุบันก่อนซื้อรถยนต์ซักคันก็ต้องมีการเช็คตารางผ่อนกันก่อน และ โคโรลล่าครอส เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีคนหาราคาผ่อนมากในช่วงนี้

Cross มีกี่รุ่น? ราคาเท่าไหร่?

สำหรับตัวนี้มีทั้งรุ่นเบนซิน และ เบนซิน Hybrid ราคาตั้งแต่ 9 แสนปลายๆ ไปจนถึง 1 ล้านสองแสนบาท ดังนี้

  • Toyota Corolla CROSS 2020  Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท
  • Toyota Corolla CROSS 2020  Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท
  • Toyota Corolla CROSS 2020  Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท
  • Toyota Corolla CROSS 2020  1.8 Sport ราคา 989,000 บาท

ใน 4 รุ่นย่อยนี้ จะมีสีให้เลือกทั้งสิ้น 7 สีด้วยกันคือ

  • สี Metal Stream Metallic
  • สี Red  Mica Metallic
  • สี Attitude Black Mica
  • สี Celestite Gray Metallic
  • สี Platinum White Pearl*
  • สี Graphite Metallic
  • สี Nebula Blue

อ้างอิงข้อมูล Toyota Cross : https://www.toyota.co.th/model/corollacross

ต้องผ่อนเดือนเท่าไหร่?

รุ่นรถ Toyota Corolla CROSS 2020 ราคา ดาวน์ ยอดดาวน์ ยอดจัด 48 60 72 84
Hybrid Premium Safety 1,199,000 15% 179,850 1,019,150 23,780 19,534 16,703 12,192
20% 239,800 959,200 22,381 18,385 15,720 11,475
25% 299,750 899,250 20,983 17,236 14,738 10,758
Hybrid Premium 1,089,000 15% 163,350 925,650 21,599 17,742 15,170 11,074
20% 217,800 871,200 20,328 16,698 14,278 10,422
25% 272,250 816,750 19,058 15,654 13,386 9,771
Hybrid Smart 1,019,000 15% 152,850 866,150 20,210 16,601 14,195 10,362
20% 203,800 815,200 19,021 15,625 13,360 9,752
25% 254,750 764,250 17,833 14,648 12,525 9,143
1.8 Sport 989,000 15% 148,350 840,650 19,615 16,112 13,777 10,057
20% 197,800 791,200 18,461 15,165 12,967 9,465
25% 247,250 741,750 17,308 14,217 12,156 8,874
ดอกเบี้ย 3 %

จากตารางด้านบนจะเห็นได้ว่า ราคาผ่อนรายเดือนขึ้นอยู่กับเงินดาวน์ โดยยิ่งมีดาวน์สูงจะได้ราคาผ่อนที่ต่ำกว่า และถ้าผ่อน ก็จะผ่อนได้สูงสุด 84 เดือนเลยทีเดียว

สำหรับการผ่อน 84 เดือน มีข้อดี ตรงที่ผ่อนได้น้อยกว่า แต่ข้อเสียคือดอกเบี้ยน้อยกว่า

อ้างอิงข้อดีการผ่อน 84 เดือน : https://promotions.co.th/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/5-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96-7-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-84-%E0%B9%80.html

อุปกรณ์มาตรฐานภายในของ Cross

  • หน้าจอแสดงผลการขับขี่ MID
  • พวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple Carplay, Bluetooth และ USB
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • ระบบปรับอุณหภูมิด้านซ้าย – ขวา แบบอัตโนมัติ Dual Zone
  • ระบบสตาร์ทอิจฉริยะ
  • เบาะนั่งคนขับแบบปรับไฟฟ้า สามารถปรับได้ 8 ทิศทาง
  • พนักพิงเบาะนั่งสามารถปรับเอนได้ 1 จังหวะ
  • พนักวางแขนด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ
  • ช่องแอร์และช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารหลัง
  • เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40
  • ประตูท้ายเปิด – ปิด แบบอัตโนมัติ พร้อมประตูท้ายที่เปิดแบบ Kick  Activated

ทั้งนี้ทาง Toyota ออกตัว Corolla Cross มาเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าเดิมที่ไม่มีใน C-HR นั่นเอง

Categories
Auto

คันเร่งรถค้าง! ต้องรับมืออย่างไร ?

‘อุบัติเหตุบนท้องถนน’ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่เราทุกคนคงไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับเราหรือคนรอบตัวเราอย่างแน่นอน ซึ่งอุบัติเหตุบนนท้องถนนส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดมาจากความประมาทของคนใช้รถใช้ถนน รวมไปถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดต่าง ๆ ก็สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน

และเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เราก็สามารถแก้ไขด้วยการมี ‘สติ’ ซึ่งการมีสตินั้นก็สามารถทำให้เราเกิดความคิดและการตัดสินใจที่ดีได้ และหากใครที่ได้ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ก็อาจจะเห็นหลายข่าวที่เกิดเหตุการณ์รถพุ่งชนสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นราวสะพาน บ้านเรือน หรือห้างสรรพสินค้า และข้อสันนิษฐานส่วนใหญ่ก็คือ ‘คันเร่งค้าง’

วิธีรับมือเมื่อเบรกรถค้าง

และอย่างที่ได้บอกไปว่าเราขับรถอยู่เป็นปประจำทุกวัน แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับเราทุกคน ซึ่งหากวันหนึ่งคันเร่งรถของคุณเกิดค้างขึ้นมาจนไม่สามารถที่หยุดรถได้ สิ่งแรกที่คุณควรมีนั่นก็คือสติ แล้วจากนั้นก็ทำตามขั้นตอนการรับมือเมื่อคันเร่งค้างที่เรานำมาฝากนี้เลยค่ะ

มีสติ : เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นใครก็ต้องตกใจอย่างแน่นอน ตกใจได้ค่ะแต่ต้องรีบดึงสติของคุณกลับมาให้ไวมากที่สุด เพราะถึงแม้คุณจะควบคุมความเร็วของรถไม่ได้ แต่พวงมาลัยและทิศทางในการขับคุณยังสามารถควบคุมได้อยู่ค่ะ

เข้าเกียร์ว่างทันที : การเข้าเกียร์ว่างจะช่วยตัดกำลังในการขับเคลื่อน แต่หากเป็นรถเกียร์ธรรมดาก็ต้องเหยียบคลัตช์เพื่อเปลี่ยนไปเป็นเกียร์ว่าง

เหยียบเบรกรถค้างไว้ : เพื่อชะลอความเร็วแต่วิธีการนี้สำหรับรถที่เป็นระบบเบรก ABS เท่านั้น แต่หากเป็นรถที่เป็นระบบเบรกธรรมดาก็ให้เหยียบแล้วปล่อยเพื่อเลี่ยงการล็อคของล้อ

เบรกรถค้างต้องทำอย่างไร ?

ห้ามดับเครื่องเด็ดขาด : แต่หากเผลอไปดับเครื่องก็ห้ามถอดกุญแจรถหรือบิดไปที่ตำแหน่งล็อค เพราะหากทำแบบนั้นพวงมาลัยรวมไปถึงระบบช่วยเหลือต่าง ๆ จะไม่สามารถทำงานได้ และจะทำให้ควบคุมรถได้ยากขึ้น

กดปุ่ม Start on/off ค้างไว้ 3 วินาที : วิธีนี้สำหรับรถที่ใช้ระบบแบบนี้เท่านั้น และข้อสำคัญก็คือต้องกดค้างไว้ 3 วินาที ห้ามกดแล้วปล่อยเด็ดขาด 

จอดรถไว้ในที่ปลอดภัย : จากนั้นโทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยด่วน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อแนะนำเมื่อเกิดเหตุการณ์เบรกรถค้าง แต่ที่สำคัญเลยก็คือไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์บนท้องถนนรูปแบบใด สิ่งแรกที่เราควรมีนั่นก็คือ ‘สติ’ เพราะหากเราไม่มีสติก็อาจจะทำให้เราเกิดการตัดสินใจที่พลาดและเผลอไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้องได้ ซึ่งนั่นก็คงจะไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่นอน เพราะฉะนั้นมีสติทุกครั้งกับทุก ๆ การเดินทางนะคะ  

อ่านเพิ่มเติม:

Categories
Auto

อยากมีรถคันแรก ต้องวางแผนการเงินอย่างไร ?

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีขนส่งสาธารณะเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถเมล์ หรืออื่น ๆ แต่นั่นก็ถือได้ว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์ในการเดินทางได้ดีเท่าที่ควร ดังนั้นแล้วหลายคนก็คงจะเกิดความใฝ่ฝันที่อยากจะมี ‘รถส่วนตัว’ สักคันอย่างแน่นอน เพราะการมีรถส่วนตัวนอกจากจะช่วยอำนวยในเรื่องของความสะดวกสบายแล้ว การมีรถส่วนตัวยังช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ จากการเดินทางสาธารณะได้อีกด้วย

แต่การมีรถสักคันนอกจากค่ารถที่ต้องเสียแล้ว รถหนึ่งคันก็จะตามมาด้วยค่าจิปาถะหลาย ๆ อย่าง เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าพรบ. ค่าประกันรถยนต์ ฯลฯ ดังนั้นหากใครที่ต้องการจะมีรถสักคันเป็นของตัวเองก็ต้องมีการวางแผนทางการเงินให้ดี และเชื่อได้เลยนะคะว่าหากใครที่มีวินัยมากพอ การมีรถสักคันก็คงไม่ใช่เรื่องที่ยากอย่างแน่นอนค่ะ

วิธีวางแผนทางการเงินก่อนซื้อรถคันแรก

สูตรการคำนวณค่างวดรถ

คนส่วนใหญ่มักมีภาระในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะให้เอาเงินก้อนมาซื้อรถยนต์ 1 คันเลยก็กลัวว่าจะไปกระทบกับเงินที่ไว้ใช้ในอนาคต ‘การผ่อน’ หรือการใช้บริการสินเชื่อรถยนต์ผ่านธนาคารต่าง ๆ จึงได้กลายเป็นตัวเลือกที่สำคัญ ซึ่งการผ่อนนั้นก็มีตั้งแต่ 12 เดือนไปจนถึงราว ๆ 72 เดือน

ตัวอย่างการคำนวณราคาการผ่อน เช่น :

  • รถยนต์ราคา 600,000 บาท เงินดาวน์ 100,000 บาท ยอดคงเหลือ 500,000 บาท จากนั้นนำจำนวนเงินที่ได้ไปคำนวณต่อเพื่อหาดอกเบี้ย
  • ยอดคงเหลือ 500,000 x 3% (อัตราค่าดอกเบี้ย) x 6 ปี (72 เดือน ระยะเวลาการผ่อน) = 90,000 บาท จากนั้นนำเงินต้น 500,000 บาท มาบวกกับดอกเบี้ย 90,000 บาท ยอดรวมทั้งสิ้น 590,000 บาท
  • คำนวณค่างวดรายเดือน : 590,000 / 72 = ประมาณ 8,195 บาท/เดือน

ซึ่งจากสูตรนี้ก็เท่ากับว่าคุณจะต้องเสียเงินค่าผ่อนรถยนต์เดือนละ 8,195 บาท ซึ่งก็จะเห็นได้เลยว่าหากเราอัดเงินดาวน์มากขึ้นเท่าไหร่ เงินรายเดือนที่เราจะต้องเสียไปก็จะน้อยลงไปเท่านั้น นอกจากนี้หากเรายิ่งยืดระยะเวลาในการผ่อนออกไป ถึงแม้ว่าเงินรายเดือนที่จ่ายจะลดลง แต่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นเช่นกัน

วางแผนทางการเงินก่อนซื้อรถเป็นของตัวเอง

: เพราะฉะนั้นแล้วจากสูตรการคำนวณนี้ก็จะสรุปได้ว่า หากเรายิ่งเพิ่มเงินดาวน์ให้มากขึ้นบวกกับระยะเวลาการผ่อนที่สั้นก็จะช่วยให้รายจ่ายของเราลดน้อยลง นั่นเองค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ต้องนำหลักการนี้ไปคำนวณกับเงินเดือนที่ได้รับด้วยนะคะ ซึ่งภาระจากการผ่อนรถที่ดีก็ไม่ควรเกิน 20-30% ของรายได้ถึงจะช่วยให้การผ่อนรถนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ฝืดเคือง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเทคนิคการวางแผนทางการเงินก่อนซื้อรถ หวังว่าข้อแนะนำเหล่านี้จะช่วยเป็นอีกเทคนิคที่ช่วยให้การผ่อนของทุกคนเป็นไปด้วยดี เตรียมเงินให้พร้อม วางแผนให้ดี เท่านี้เราก็ได้รถมาขับแบบอุ่นใจแล้วค่ะ

อ่านเพิ่มเติม:

Categories
Auto

5 สัญญาณเตือน! ถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางรถยนต์

ขาทั้งสองข้างถือเป็นส่วนประกอบในร่างกายที่สำคัญที่ช่วยพยุงร่างกายของมนุษย์เอาไว้ให้สามารถไปในทิศทางที่กำหนดได้ แต่หากเปรียบร่างกายของมนุษย์เป็นยานพาหนะ ‘ล้อรถ’ ก็เปรียบเสมือนขาของยานพาหนะด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้วการที่เราจะสามารถขับเคลื่อนยานพาหานะไปในทิศทางที่ต้องการและปลอดภัย ก็จำเป็นจะต้องอาศัยการดูแลเอาใจยางรถยนต์มากเท่านั้น

และอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่นอกจากความประมาทแล้ว ‘ยางรถยนต์เสื่อม’ ก็เป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ได้ เช่น ยางรถยนต์แข็ง ไม่ยืดหยุ่น หรือไม่เกาะถนนเมื่อขับมาด้วยความเร็วขณะที่ฝนตกก็อาจจะทำให้หลุดโค้งได้ง่าย ๆ ยางชำรุดหรือผ่านการปะมาหลายครั้งแล้วก็เสี่ยงต่อการที่จะบวมและแตกซึ่งนี่ก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมาเช่นกัน

ซึ่งจริง ๆ แล้วสภาพของยางรถที่เสื่อมก็เกิดจากปัจจัยในการใช้งานที่แตกต่างกัน บางคนอาจจะไม่ได้ใช้เลย หรือบางคนก็นำรถไปขับในพื้นที่ขรุขระบ่อย ๆ และหลายคนก็จะมักจะเกิดข้อสงสัยว่ายางรถยนต์จริง ๆ แล้วควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ดี วันนี้เราก็มี 5 สัญญาณเตือนง่าย ๆ ที่ช่วยคุณตัดสินใจได้ว่าควรจะเปลี่ยนยางรถแล้วหรือไม่

สัญญาณเตือนว่าคุณควรเปลี่ยนยางรถยนต์
  • การเปลี่ยนยางพื้นฐานควรเปลี่ยนไม่เกิน 3 ปี นับจากวันผลิตหรือระยะทางประมาณ 50,000 กิโลเมตร ก็สามารถเปลี่ยนยางได้แล้วค่ะ
  • ตรวจสอบหน้ายางและแก้มยาง หมั่นสังเกตจุดนี้ดูว่ามีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่น รอยบาด การบวม การแตกลายงา หรือมีการบาดจากสิ่งก่อสร้างก็ไม่ควรซ่อมแต่ควรเปลี่ยนยางทันที เพื่อป้องกันการแตกและเกิดอุบัติเหตุค่ะ
  • ตรวจสอบความลึกของดอกยาง ซึ่งความลึกของร่องยางที่เหมาะสมนั้นควรมากกว่า 2 มม. ซึ่งรถในสมัยนี้เกือบทุกรุ่นก็จะมีสัญลักษณ์ระดับความลึกของดอกยาง หากยางของเรามีดอกยางสึกจนถึงตำแหน่งนั้นก็ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่ทันที
  • ความยืดหยุ่น หากใช้ยางมานานแลวให้สังเกตว่าหน้ายางมีความยืดหยุ่นหรือไม่ เพราะหากยางมีความแข็งขึ้นก็ควรเปลี่ยนแล้วค่ะ
5 สัญญาณเตือนว่าคุณควรเปลี่ยนยางรถยนต์
  • รอยแตกลายงา สำหรับอาการแบบนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับยางที่ใช้งานเกิน 5 ปี หรือยางที่เสื่อมแล้ว
  • ตรวจสอบอายุของยาง ดูจากตัวเลขที่แก้มยาง เช่น 2519 ยางเส้นนี้ผลิตเมื่อสัปดาห์ที่ 25 ในปี 2019 ก็ควรนับไปต่ออีกโดยระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่สเปกยางของแต่ละยี่ห้อด้วยนะคะ ว่าสามารถใช้งานได้นานเท่าไหร่ แต่หากเกิน 5 ปีไปแล้วก็ขอแนะนำให้เปลี่ยนใหม่จะดีกว่าค่ะ

และสำหรับบางคนที่มีความเข้าใจว่าการไม่ได้เอารถออกไปขับเลยจะช่วยให้ยางไม่เสื่อม อันนี้ถือเป็นความคิดที่ผิดนะคะ เพราะถึงแม้ว่าจะจอดรถไว้เฉย ๆ แต่ยางก็ย่อมเสื่อมไปตามกาลเวลา และทางที่ดีก็ควรจะเอารถออกไปขับให้ล้อรถได้หมุนบ้างจะดีกว่าน้า

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อแนะนำเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถตัดสินใจได้ว่าควรเปลี่ยนยางแล้วหรือไม่ และทางที่ดีก็ควรจะนำรถไปเช็คสภาพรถบ่อย ๆ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่นะคะ

อ่านเพิ่มเติม:

Categories
Auto

ล้างรถให้ถูกวิธี สวยหล่อแบบไม่ต้องง้อคาร์แคร์!

เป็นคนยังต้องอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายให้ดูดีอยู่ตลอด ‘รถคู่ใจ’ ถึงแม้จะไม่มีชีวิต แต่ก็ต้องการความสวยหล่ออยู่ตลอดเวลาเช่นกัน และไม่ว่าจะรถของจะมีราคาแพงหรือราคาถูกแค่เพียงเราดูแลเอาใจใส่ หมั่นล้างรถอยู่บ่อย ๆ เพียงเท่านี้รถของเราก็จะดูใหม่และดูแพงอยู่ตลอดเวลาแล้วค่ะ

‘การล้างรถด้วยตัวเอง’ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้รถของคุณดูใหม่ขึ้นได้ ที่สำคัญการล้างรถด้วยตัวเองยังเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ในช่วงวันหยุด นอกจากนี้ยังจะได้ออกกำลังกายไปในตัว แถมยังไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ ให้กับคาร์แคร์อีกด้วย

แต่หลายคนก็คงจะคิดว่าการล้างรถด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ยาก แต่อย่าลืมไปนะคะว่าแค่เรามีทริคและเทคนิคดี ๆ ในการล้าง เพียงเท่านี้การล้างรถก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายได้ทันที แล้ววันนี้เราก็รวบรวมคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการล้างรถให้ถูกต้องมาฝากเหล่าคนรักรถกันค่ะ

เทคนิคการล้างรถให้ถูกวิธี
  • ไม่ควรล้างรถกลางแดด ควรเลือกพื้นที่ร่มไม่มีแสงแดด เพราะหากคุณล้างรถในที่แสงแดดแรง ๆ ก็จะทำให้รถของคุณร้อนและแห้งเร็ว หากรถของคุณแห้งไวเกินไปก็จะทำให้รถเป็นคราบน้ำที่ทำความสะอาดได้ยากและเสียเวลาเพิ่มอีกด้วย นอกจากนี้ก็ควรเลือกพื้นที่กว้าง ๆ เพื่อความสะดวกในการล้าง
  • อุปกรณ์ล้างรถต้องพร้อม! อุปกรณ์หลัก ๆ ก็มีดังนี้ค่ะ ถังน้ำ 2 ใบถังแรกสำหรับใส่น้ำยาล้างรถ และถังที่ 2 สำหรับใส่ผ้าหรือฟองน้ำ ,แปรงพลาสติกสำหรับขัดบริเวณที่มีคราบสกปรก ,ผ้าไมโครไฟเบอร์สำหรับการเช็ดรถให้แห้ง
  • ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำเปล่า ในปริมาณที่พอเหมาะกัน
  • เริ่มล้างรถด้วยขั้นตอนที่ถูกวิธี
  • ฉีดน้ำล้างสิ่งสกปรก โดยเริ่มจากการฉีดน้ำคันจากบนหลังคา แล้วไล่ลงมาจนถึงด้านล่างของรถ ซึ่งการฉีดน้ำจะช่วยให้คราบสกปรกต่าง ๆ อ่อนตัวลง และสามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
  • เริ่มล้างจากส่วนล้อรถก่อน เพราะล้อเป็นจุดที่มีคราบสกปรกเยอะมากที่สุด ดังนั้นหากเราเริ่มล้างส่วนอื่น ๆ ก่อน เมื่อถึงเวลาล้างล้อก็จะทำให้คราบสกปรกนี้กระเด็นไปโดนส่วนที่ทำความสะอาดไปแล้วนั่นเอง
เทคนิคการล้างรถให้ถูกวิธี
  • จากนั้นเริ่มล้างจากส่วนหลังคาลงมา ใช้ผ้าหรือฟองน้ำล้างรถแช่ลงในถังน้ำยาที่ผสมไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ ถูทำความสะอาดรถ สำคัญก็คือห้ามขัดแรงเกินไปเพราะจะทำให้รถเป็นรอยหรือสีรถจางลงได้
  • ใช้น้ำเปล่าล้างน้ำยาออก เมื่อล้างรถด้วยน้ำยาเสร็จทั้งคันแล้วก็ควรจะใช้น้ำเปล่าล้างให้สะอาดอีกรอบ เพราะหากปล่อยให้น้ำล้างรถแห้งเองก็จะเกิดเป็นคราบบนรถได้
  • เช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ ควรเช็ดรถให้แห้งทุกครั้งเพื่อป้องกันการเกินสนิทและคราบน้ำ โดยการเช็ดก็เริ่มมาจากส่วนบนและเช็ดล้อเป็นลำดับสุดท้ายค่ะ

เห็นไหมหล่ะคะทุกคนว่าการล้างรถง่ายนิดเดียว แค่เรามีเวลาสักหน่อย อุปกรณ์ที่พร้อม บวกกับทำตามวิธีที่แนะนำรับรองได้เลยว่ารถของคุณจะต้องสะอาดเหมือนใหม่ ทีนี้คาร์แคร์ไหน ๆ ก็ไม่ได้แตะเงินเราแล้วค่า

อ่านเพิ่มเติม:

Categories
Auto

เทคนิคการขับขี่รถให้ปลอดภัย มีอะไรบ้าง ?

‘การขับรถ’ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเดินทาง ซึ่งสาเหตุหลักที่หลายคนเลือกที่จะขับรถไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง นั่นก็เพราะว่าการมีรถส่วนตัวเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการเดินทางได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทั้งนี้การขับขี่รถด้วยตัวเองก็ต้องควบคู่กับความไม่ประมาทด้วยนะคะ ถึงจะทำให้การเดินทางนั้นราบรื่นและปลอดภัย

และการสร้างความปลอดภัยระหว่างการเดินทางที่ดี นอกจากการเตรียมร่างกายและการเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางแล้ว การเรียนรู้เทคนิคการขับขี่รถต่าง ๆ ก็มีความสำคัญมากด้วยเช่นกัน เพราะถึงแม้ร่างกายและรถของเราจะพร้อมมากขนาดไหน แต่หากเราไม่มีวิธีการขับรถที่ดี การเดินทางของเราก็เสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน

เทคนิคการขับขี่รถให้ปลอดภัย

ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการขับขี่รถให้ปลอดภัยมาฝากทุกคนกัน ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะใช้ได้แค่กับการเดินทางไกลเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้กับการเดินทางในระยะทางคุ้นเคยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในทุกวันได้อีกด้วยค่ะ

  • รู้เรื่องกฎจราจร นอกจากกฎจราจรแล้วความมีน้ำใจและพฤติกรรมที่ระหว่างการขับขี่ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
  • รอบรู้เรื่องรถ การขับรถที่ดีผู้ขับจะต้องมีความรอบรู้ในเรื่องของรถและสามารถที่แก้ไขข้อบกพร่องเบื้องต้นของรถเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้
  • รอบรู้เรื่องทาง แต่ละเส้นทางก็ย่อมมีถนน ทางโค้ง หรืออื่น ๆ ที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นควรจะศึกษาเส้นทาง แผนที่ หรือสภาพอากาศของพื้นที่นั้นให้ดีก่อนออกเดินทาง
  • รอบรู้วิธีการขับรถ จะต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาระหว่างการขับขี่และจะต้องมีสติอยู่เสมอ เพราะระหว่างการขับรถก็ย่อมมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ เช่น หากเกิดอุบัติเหตุผู้ขับก็ต้องรู้เทคนิคการเบรกเพื่อไม่ให้รถส่าย หรือเทคนิคการมองกระจกก็จะต้องเรียนรู้เช่นกัน
  • เช็คสภาพรถก่อนออกเดินทาง ความพร้อมของรถถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตัวรถ เบรก ช่วงล่าง หรือส่วนอื่น ๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นก่อนออกเดินทางทุกครั้งก็จะต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อยู่เสมอ
เทคนิคการขับขี่รถให้ปลอดภัย
  • เว้นระยะห่างความปลอดภัย การขับขี่รถบนท้องถนนการเว้นระยะห่างกับรถคันหน้าก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะหากคันข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุหรือมีการเบรกที่กะทันหัน รถของคุณจะได้เบรกหรือชะลอความเร็วลงได้อย่างปลอดภัย
  • เลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตก อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักมาจากพื้นถนนที่ลื่น ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นจริง ๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในขณะที่ฝนตก

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคการขับขี่รถบนท้องถนนให้ปลอดภัยที่เรานำมาฝากทุกคนกัน ที่สำคัญก็อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ขับขี่ในความเร็วที่ถูกต้องด้วยนะคะ ถึงจะทำให้การเดินทางของทุกคนปลอดภัยไร้กังวล

อ่านเพิ่มเติม:

Categories
Auto

เลือกล้อแม็กอย่างไร ให้เหมาะกับรถคุณ ?

เรื่องของความสวยความหล่อถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใครเลยจริง ๆ เพราะคนเราเมื่อถึงเวลาก้าวขาออกจากบ้านเมื่อไหร่ ก็ต้องทำตัวเองให้ดูดีด้วยการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสวย ๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจเวลาออกไปเจอคนอื่น ๆ ‘รถยนต์’ ก็เช่นกัน เราก็ต้องหมั่นล้างทำความสะอาดรถ และเพิ่มความสวยงามให้กับส่วนต่าง ๆ ของรถ เพื่อที่ออกไปไหนมาไหนจะได้ดูดีทั้งรถทั้งคนขับนั่นเอง

“ล้อแม็ก” ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมขั้นพื้นฐานที่คนรักรถจะต้องเริ่มทำก่อนการไปปรับแต่งส่วนอื่น ๆ อย่างแน่นอน และการเลือกล้อแม็กไม่ว่าจะเป็นของใหม่หรือของมือสอง นอกจากจะเลือกล้อแม็กที่มีดีไซน์สวยงามตรงใจคนขับแล้ว การเพิ่มความปลอดภัยด้วยการเลือกขนาดของล้อและยางให้มีความเหมาะสม และสมดุลกับรถก็มีความสำคัญมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นสำหรับใครที่เป็นสายซิ่งมือใหม่หัดแต่งรถวันนี้เราก็ได้รวบรวมเคล็ดลับเกี่ยวกับการเลือกล้อแม็กให้ทั้งสวย ปลอดภัย และเหมาะกับรถของคุณมาฝากกันค่ะ

  • ดีไซน์ของล้อแม็ก ข้อนี้ถือว่าเป็นการตัดสินใจแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงอย่างแน่นอน เพราะการแต่งรถก็ล้วนต้องขึ้นอยู่กับความชอบของคนขับ ดังนั้นในข้อนี้ก็ปล่อยฟรีสไตล์เลยค่ะ ใครชอบแบบไหน ลายก้านถี่ ก้านใหญ่ หรือลายอื่น ๆ ก็เลือกได้ตามใจชอบ แต่เราอนุญาตแนะนำดีไซน์อื่น ๆ สักเล็กน้อยนะคะ
    – ล้อแม็กลายจาน : เป็นลายทึบดูไม่ค่อยสวยงาม แต่ข้อดีคือสามารถแบกรับน้ำหนักได้เยอะ มีคงามทนทาน เหมาะกับรถกระบะและรถอเนกประสงค์
    – ล้อแม็กลายก้านใหญ่ : เป็นลายยอดนิยมกว่าแบบแรก ข้อดีคือสวยงามกว่าแบบลายจานและยังแบกรับน้ำหนักได้ดีอีกด้วย
    – ล้อแม็กลายก้านถี่หรือก้านเล็ก : ลายยอดนิยมที่สุดเพราะมีความสวยงาม แต่ข้อเสียคือแบกรับน้ำหนักได้ไม่ค่อยดี มีโอกาสล้อคดได้ง่ายหากตกหลุม เหมาะสำหรับวิ่งบนทางเรียบ
    – ล้อแม็กลายตาข่าย : มีความสวยงามและมีความแข็งแกร่ง ข้อเสียทำความสะอาดได้ค่อนข้างยาก
  • ขนาดล้อแม็ก วิธีให้เลือกที่ถูกต้องคือต้องเลือกขนาดล้อแม็กและยางให้มีความพอดีกัน เพื่อรักษาระดับเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานมากที่สุด นั่นคือ ถ้าแม็กมีขนาดใหญ่ขึ้นก็ต้องเปลี่ยนแก้มยางหรือซีรีย์ยางให้มีความบางลง เพื่อให้ระดับความสูงใกล้เคียงกับของเดิม
  • ยางรถยนต์ และอย่างที่ได้บอกไปว่าหากเปลี่ยนแม็กแล้วสิ่งที่ต้องเปลี่ยนให้สมดุลกันนั่นก็คือล้อรถ ซึ่งวิธีเลือกก็ เช่น หากเปลี่ยนแม็กใหญ่ขึ้น 2 นิ้ว ก็จะต้องเลือกยางที่มีขนาดใกล้เคียงหรือสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนความกว้างของยางหากไม่อยากให้ช่วงล่างพังเร็วก็ให้ลดความกว้างให้ต่ำที่สุดที่พอจะใส่กับล้อแม็กนั้นได้ เช่น ล้อแม็กที่สามารถใส่ยางขนาด 225 มม. หรือ 215 มม. ได้ ก็ควรเลือกแบบ 215 มม.นั่นเองค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อแนะนำสำหรับการเพิ่มความสวยงามให้กับรถด้วยการใส่ล้อแม็ก และถึงแม้หลายคนอาจจะมองว่าล้อแบบนี้ไม่ได้เข้ามาช่วยเรื่องสมรรถนะในการขับขี่มากนัก แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละความชอบและความสุขทางใจของคนชอบแต่งรถ แต่ทั้งนี้การแต่งรถก็ต้องมาควบคู่กับสิ่งที่ถูกกฎหมายจะได้สร้างทั้งความสุขและความสบายใจได้มากขึ้นนะคะ   

อ่านเพิ่มเติม: